ใบแดงช่วยชีวิต ! เก็บตกประเด็นร้อนหลังเกม พรีเมียร์ลีก เชลซี บุกเฉือน ฟูแลม 0-1

การแข่งขัน : ฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2020/21
วันแข่งขัน : คืนวันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2021
เวลาแข่งขัน : 00:30 น. ตามเวลาประเทศไทย
คู่แข่ง : ฟูแลม 0-1 เชลซี
สนาม : คราเวน คอทเทจ

เกมนี้เจ้าถิ่นต้องบอกว่าโชคร้ายที่ แอนโทนี โรบินสัน มาโดนใบแดงจากการเข้าบอลหนักในช่วงท้ายครึ่งแรก ทำให้ทีมเยือนได้เปรียบในเรื่องตัวผู้เล่นถึง 45 นาทีเต็ม แม้ว่าตลอดทั้งเกม เชลซี จะเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่ได้มากกว่าชัดเจน แต่ก็ทำได้แค่หวาดเสียวเท่านั้น แถมในครึ่งหลังช่วงที่เจ้าบ้านถอยลงมาอุดเกมรับ ผู้มาเยือนก็แทบจะเจาะเข้าพื้นที่อันตรายไม่ได้เลย โชคดีที่มาได้ลูกส้มหล่นจาก อเรโอลา ที่ปัดมาเข้าทางปืนของ เมานท์ ได้ซัดจ่อ ๆ เข้าไปเป็นประตูชัยให้ทีมคว้า 3 คะแนนมาครองได้ในที่สุด

วันนี้ แลมพาร์ด ตัดสินใจดร็อป ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าค่าตัวแพงชาวเยอรมัน เอาไว้บนม้านั่งสำรอง และให้โอกาส โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ลงสนามเป็นตัวจริง ซึ่งหลังจากต้องการจุดเปลี่ยน แวร์เนอร์ ก็ถูกส่งลงสนามในช่วง 15 นาทีสุดท้ายและหลังจากทีมขึ้นนำ ฟูแลม ต้องเปิดเกมบุกเข้าใส่บ้างอย่างไม่มีทางเลือก ทำให้เจ้าตัวมีโอกาสมีพื้นที่ได้เล่นกับบอลหลายครั้ง และมีจังหวะได้หลุดเดี่ยวในช่วงทดเวลา ก่อนจะยิงออกไปแบบไม่ได้ลุ้น ซึ่งนั่นเห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวกำลังสูญเสียความมั่นใจแบบสุด ๆ ต้องมาลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้ว ป๋าแลมพ์ จะเรียกศรัทธาของเขากลับคืนมาได้ทันเวลาหรือไม่

3 คะแนนในวันนี้ทำให้ เชลซี ขยับขึ้นมามีเพิ่มเป็น 29 คะแนนจากการลงเล่น 18 เกมรั้งอันดับที่ 7 (อันดับเรียลไทม์หลังแข่งจบ) ซึ่งตามหลังจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ 7 คะแนน แถม ปีศาจแดง ยังมีโปรแกรมแข่งน้อยกว่า 1 เกม ซึ่งช่องว่างขนาดนี้ต้องบอกว่าพวกเขายังมีลุ้น หากสามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ทันเวลา

ส่วน ฟูแลม ยังคงรั้งอันดับ 18 อยู่ในโซนตกชั้นมี 12 คะแนนจาก 17 นัดตามหลัง เบิร์นลีย์ อันดับ 17 ที่ลงแข่งเท่ากันอยู่ที่ 4 คะแนนด้วยกัน

[Editors’ Talk] เกาะกระแสแดงเดือด ! รวมทีม 11 ผู้เล่นที่ว่ากันว่าดีที่สุดของ ลิเวอร์พูล-แมนฯ ยูไนเต็ด ณ เวลานี้

เข้าสู่ปีใหม่ทั้งที 90min เลยขอประเดิมด้วยการเดบิวต์บทความ ‘สนทนากับบรรณาธิการ’ หรือ Editor’s Talk ที่จะว่าด้วยการแสดงความคิดเห็นของพวกเรา 3 บรรณาธิการ โต, แจม และ ซันนี่ เกี่ยกับประเด็นต่าง ๆ ที่กำลังเป็นกระแสในหมู่แฟนฟุตบอลชาวไทย ณ ปัจจุบัน ซึ่งหัวข้อที่จะหยิบยกมาในสัปดาห์นี้คงจะหนีไม่พ้นเกมการแข่งขันที่แฟนบอลต่างรอคอยกันมากที่สุด นั่นคือการดวลกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงได้สำเร็จหลังเอาชนะ เบิร์นลีย์ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำแต้มหนีห่างห่างคู่แข่งในวันอาทิตย์นี้อย่าง ลิเวอร์พูล ไปแล้ว 3 คะแนนด้วยกัน นั่นหมายความว่าศึกแดงเดือดในครั้งนี้จะมีตำแหน่งจ่าฝูงเป็นเดิมพัน ซึ่งผลลัพธ์ของมันนั้นก็ค่อนข้างยากที่จะคาดเดาได้เลยทีเดียว

ดังนั้นเพื่อเป็นการโหมโรงก่อนศึกแดงเดือดที่กำลังจะมาถึง พวกเราทีมงาน 90min จะลองจัดทัพรวมดาว 11 ผู้เล่นของทั้งสองทีมตามฟอร์มการเล่นของฤดูกาลนี้กัน มาดูกันว่าทีมที่ออกมาจะตรงใจผู้อ่านทุกท่านมากน้อยขนาดไหน เริ่มจาก…

แผนการเล่น : 4-2-3-1

บก.แจม : เทียบกันแล้ว เด เคอา ดูจะมีบทบาทกับทีมมากกว่า อลิสซอน เล็กน้อยเพราะมีช่วงที่เจ้าตัวบาดเจ็บไป รวมถึงปีนี้ อดีตนายด่านจากตราหมียังช่วยเซฟสำคัญ ๆ ช่วยทีมไว้ได้หลายครั้ง

บก.ซันนี่ : เห็นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ ดีน เฮนเดอร์สัน เข้ามา ก็รู้สึกได้เลยว่าฟอร์ม เด ดีขึ้นต่างจากปีก่อนจริงๆ เริ่มมีลูกเซฟมหัศจรรย์กลับมาให้เห็นอีกครั้ง

บก.แจม : ชัดเจนเลยว่า วาน-บิซซาก้า เล่นได้อย่างโดดเด่นโดยเฉพาะในเกมรับแถมยังดูจะมีพัฒนาการในเกมรุกที่ดีขึ้นอีกด้วยหากเทียบกับปีก่อนหน้านี้ ส่วน เทรนต์ หากไม่นับว่ามีช่วงบาดเจ็บไปฟอร์มการเล่นของเขาก็ดร็อปลงจากปีก่อนไปมากและทีเด็ดอย่างลูกครอสอันแม่นยำก็ยังแทบไม่ค่อยมีให้เห็นเลยในฤดูกาลนี้

บก.ซันนี่ : เห็นตรงกันทุกประการ แล้วถ้าจำไม่ผิดเกมเมื่อไม่นานมานี้กับ เซาต์แธมป์ตัน เทรนต์ นี่เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานมาก แถมเสียบอลไปแล้วเกือบ 40 ครั้งเลยทีเดียวในฤดูกาลนี้

บก.แจม : ปีนี้เขาเป็นเหมือนอีกหนึ่งนักเตะที่เรียกได้ว่า ‘เดอะ แบก’ ของทีมโดยแท้ ทั้งเกมรุกเกมรับแกังรักษามาตรฐานเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม เทียบกับ ลุค ชอว์ ที่แม้จะฟอร์มดูดีกว่าปีก่อน แต่ยังไงซะ ร็อบโบ ก็มีผลงานกับทีมที่โดดเด่นและชัดเจนกว่านั่นเอง

บก.ซันนี่ : เอาจริงแอบเทใจให้ ชอว์ เหมือนกันเพราะปีนี้เขาเล่นดีขึ้นมาก แต่การมาของ เทลเลส ก็ทำให้เห็นจุดอ่อนของ ชอว์ ในการเล่นเกมรุกได้เหมือนกัน ดังนั้นเลยขอยกให้ แอนดี้ ด้วยเช่นกัน

บก.แจม : เป็นตำแหน่งที่เลือกค่อนข้างยาก แต่ชื่อของเขากลับเป็นรายแรกที่ผุดขึ้นมาแม้จะไม่ใช่ในตำแหน่งที่ถนัด แต่เขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถช่วยทดแทนการขาดหายไปของตัวหลักในแนวรับทั้ง 2 ได้ค่อนข้างลงตัว

บก.ซันนี่ : เอาจริงอยากเลือกเซ็นเตอร์จาก แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้ง 2 คนเลย แต่ก็กลัวว่ามันจะดูไม่แฟร์ เอาเป็นว่าให้ ‘หมอปลา’ ติดโผมาด้วยคนก็ได้

บก.ซันนี่ : แม้แฟนบอลทีมอื่นมักจะแซวเรื่องค่าตัวของเขานะ แต่เอาจริงๆนี่ก็เป็นอีกคนที่ทีมขาดไม่ได้อีกเช่นกัน ไม่งั้น โอเล จะจับลงสนามมันทุกเกมจนทำสถิติเป็นผู้เล่นที่มีจำนวนนาทีมากที่สุดของปี 2020 เหรอ

บก.แจม : ก็ตามนั้น…

บก.แจม : ชั่วโมงนี้บอกเลยว่าฮ็อตที่สุดในทีมแล้ว ซึ่งหลัง ๆ บรูโน เองก็มีผิดฟอร์มไปบ้าง แต่ก็ได้หมอนี่แหละที่คืนฟอร์มเก่งกลัมามีบทบาทมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

บก.ซันนี่ : เห็นด้วย ถ้า โอเล รั้งได้ก็อยากให้ทำนะ แต่ไม่รู้ว่าที่ดูมุ่งมั่นตั้งใจเล่นเพราะอยากรีบย้ายออกด้วยรึเปล่า

บก.แจม : มีความสำคัญกับเกมในแดนกลางของ ลิเวอร์พูล อย่างมาก ถึงจะไม่ค่อยทำประตูหรือแอสซิสต์ แต่สังเกตได้เลยว่าเกมไหนเขาไม่ลงสนาม แดนกลางของ หงส์แดง จะดูลดความน่ากลัวลงไปอย่างเห็นได้ชัด

บก.ซันนี่ : อยากจะลำเอียงเลือก เฟร็ด หรือ แม็คโทมิเนย์ เหมือนกัน เพราะทั้งคู่ก็เล่นดีเลยซีซั่นนี้ แต่หากวัดกันเรื่องความสำคัญยังไง เฮนเดอร์สัน ก็คงมาก่อน คิดว่าถ้า 2 ตัวขยันของ ปีศาจแดง หายไปคงไม่ส่งผลอะไรต่อทีมมากแต่กลับกันหาก เฮนโด้ หายไปมีหวังแย่แน่ ๆ

บก.แจม : ตอบแบบไม่ต้องคิดเลย ก็เล่นยิงอยู่คนเดียวในทีมแบบนี้ แถมการันตีด้วยตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของ พรีเมียร์ลีก ณ เวลานี้อีกด้วย

บก.ซันนี่ : แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดตัวรุกฝั่งขวาดีๆมานานแล้ว เพราะงั้นก็ไม่รู้จะเอาใครไปสู้เหมือนกัน เลือก อาหมัด ได้ไหม?

บก.แจม : คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเขาคนนี้ ที่ต้องบอกว่าเป็นลมหายใจของทีมก็คงไม่ผิดอะไร ขาดเขาไปไม่รู้ทีมจะเป็นยังไง ทั้งยิง ทั้งจ่าย ทั้งสร้างสรรค์เกม รับเหมาอยู่แทบจะคนเดียวตลอดครึ่งฤดูกาลที่ผ่านมา

บก.ซันนี่ : ขนาดหลังๆฟอร์มมีร่วงๆไปบ้างแต่ถ้าไม่หยิบมาติดทีมคือต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

บก.แจม : ความมั่นใจอาจจะดูลดลงไปแต่ก็นับว่ายังขาดไม่ได้อยู่ดี อีกทั้งตัวแทนจากอีกทีมอย่าง กรีนวูด หรือ เจมส์ ก็ยังไม่ผ่าน ส่วน แรชฟอร์ด เราโยกเขาไปกองหน้าเลยดีกว่า
บก.ซันนี่ : จริง! ตำแหน่งนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ดีที่สุดก็ แรชชี่ นั่นแหละ

บก.แจม : ถ้า โจต้า ไม่เจ็บก็น่าคิดนะว่าเขาอาจจะระเบิดฟอร์มเก่งจนน่าหยิบจับมาติดทีมไหม แต่ตอนนี้ทั้ง ฟิร์มิโน และ มาร์กซิยาล ก็ยังไม่ดีพอทั่งคู่ ดังนั้นก็อย่างที่บอก โยก หนูแรช มาเล่นกองหน้าไปเลยแล้วกัน

บก.ซันนี่ : คาวานี ก็ดีนะ แต่ถ้านับว่าไม่ได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอเราก็ไม่น่าเอาเขามาติดทีมจริงๆนั่นแหละ

บก.แจม : ผลงานของ โอเล ก็ไม่เลวนะแต่ต้องยอมรับว่า คล็อปป์ ต้องบริหารจัดการทีมด้วยความยากลำบากสุด ๆ ในปีนี้ ทั้งการเสียตัวหลักและมีผู้เล่นบาดเจ็บเวียนกันตลอดแต่สามารถทำทีมมาได้ถึงจุดนี้ถือว่าก็เกินคาดแล้ว

บก.ซันนี่ : เอาจริงอยากเลือก โอเล นะ แต่ถอยให้ก็ได้เดี๋ยวโดน คล็อปป์ โวยใส่อีกหลัง ๆ แกเลือดร้อนเหลือเกินฟาดงวงฟาดงาไปทั่ว

[Player Ratings] แนวรุกฟอร์มบู่! ตัดเกรดนักเตะ อาร์เซนอล เกมพรีเมียร์ลีก เปิดบ้านแบ่งแต้ม คริสตัล พาเลซ เมื่อคืนวาน

การแข่งขัน : ฟุตบอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2020/21
วันแข่งขัน : คืนวันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2021
เวลาแข่งขัน : 03:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
คู่แข่ง : อาร์เซนอล 0-0 คริสตัล พาเลซ
สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

คะแนนนักเตะ อาร์เซนอล

แบรนด์ เลโน – 7/10
มีจังหวพออกแรงเซฟไม่มากนักในเกมนี้ แต่ก็ยังได้โอกาสโชว์ฟอร์มโดยเฉพาะจังหวะบินปัดลูกโหม่งของ เบนเตเก้ แบบปลายมือ

ไอนส์ลีย์ เมตแลนด์ ไนล์ส – 5/10
เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานไปพอสมควร โดยเฉพาะในเกมรุกที่มักจะเสียบอลอยู่บ่อยครั้ง และดูเหมือนการตัดสินใจยังทำได้ไม่ดีนักในแต่ละจังหวัด

ดาวิด ลุยซ์ – 6.5/10
เก็บคลีนชีทได้ในวันนี้ แต่แทบจะยังไม่ถูกทดสอบอะไรมากนัก แถมยังมีโอกาศได้เติมเกมรุกขึ้นสูงตลอดทั้งเกม

ร็อบ โฮลดิ้ง – 6.5/10
แม้จะดูมีปัญหาในการรับมือกับความเร็วของแนวรุกทีมเยือนอยู่บ้าง แต่วันนี้เจ้าตัวสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ค่อนข้างดี รวมถึงมีจังหวะสะกัดสวย ๆ โดยเฉพาะลูกหลุดเดี่ยวของ ซาฮา ช่วงท้ายเกม

เฮ็คตอร์ เบเยริน – 7/10
วันนี้เล่นได้ค่อนข้างโดดเด่นทั้งรุกและรับ มีจังหวะเติมขึ้นสูงจนได้ลุ้นจากลูกเปิดหลายครั้ง ส่วนเกมรับ สามารถต่อกรได้อย่างสูสีกับแนวรุกความเร็วสูงทั้ง ซาฮา และ เอเซ ได้

กรานิท ชาก้า – 7/10
แม้จะยังเข้าบอลค่อนข้างโฉงฉ่าง แต่โดยรวมถือว่าทำได้ค่อนข้างดีในเกมรับ มีจังหวะตัดเกมจังหวะบล็อคลูกยิงสวย ๆ หลายครั้ง

ดานี เซบาญอส -7/10
มีบทบาทพอสมควรในการลำเลียงบอลขึ้นเกมรุก แถมวันนี้ดูจะโชว์ทักษะความสามารถเฉพาะตัวได้ค่อนข้างดีจนสร้างปัญหาให้แดนกลางของผู้มาเยือนบ่อยครั้งโดยเฉพาะในครึ่งเวลาแรก

บูกาโย ซาก้า – 6/10
วันนี้ดูจะเงียบ ๆ ไป ทั้งการเล่นในตำแหน่ง ปีกขวา และ แบ็คซ้าย แต่ช่วงท้ายเกมก็พอจะมีลุ้นจากลูกเปิดให้เห็นอยู่บ้าง

เอมิล สมิธ โรว์ – 6/10
เป็นอีกคนที่วันนี้ผลงานค่อนข้างเงียบไปพอสมควรหากเทียบกับเกมก่อน ๆ บางช่วงคือหายไปจากสารบบเลยก็มี

ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง – 7/10
กลับมาประจำการตำแหน่งปีกซ้ายอีกครั้ง และวันนี้จัดว่าเป็นคนที่โดดเด่นสุด ๆ ในการขึ้นเกมรุกของทีมเลยทีเดียว

อเล็กซ็องเดร์ ลากาเซ็ตต์ – 5.5/10
ดาวยิงสูงสุดประจำทีม ต้องบอกก่อนเลยว่าวันนี้แผลงฤทธิ์ไม่ออกเลย เพราะตลอดเกือบ 90 นาที่อยู่ในสนามเจ้าตัวยังแทบไม่ได้ง้างเท้ายิงใส่หรือจบสกอล์เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ตัวสำรอง

นิโกลาส เปเป้ (ลงสนามแทน เมตแลนด์ ไนล์ส นาทีที่ 65) – 5/10
ยังคงทำอะไรได้ไม่มากในช่วงเวลาที่ลงมาเล่น

โธมัส ปาร์เตย์ (ลงสนามแทน เซบาญอส นาทีที่ 69) – 5/10
เซบาญอส น่าจะผลงานดูดีกว่า แต่ภาพรวมก็ถือว่าช่วงเกมในแดนกลางได้ไม่น่าเกลียดอะไรนัก

เอ็ดดี้ เอ็นเคทียห์ (ลงสนามแทน ลากาเซ็ตต์ นาทีที่ 81) – N/A

[OPINION] 5 อันดับการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดของ อาร์เซนอล ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม

การซื้อขายนักเตะของ อาร์เซนอล ในช่วงหลังอาจจะไม่ได้เป็นข่าวฮือฮาเหมือนกับบรรดายักษ์ใหญ่ของ พรีเมียร์ลีก อีกหลายทีม โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม แต่ก็ยังถือว่า เดอะกันเนอร์ ยังมีดีลที่น่าจดจำให้แฟน ๆ ได้พูดถึงกันอยู่บ้างนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

และนี่คือ 5 การเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดในเดือนมกราคมของทัพ “บิ๊กกัน”

1. นาโช มอนเรอัล 

กองหลังสแปนิชรายนี้มักไม่ค่อยได้รับเครดิตเท่าที่ควรสำหรับการค้าแข้ง 7 ปีในถิ่น เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม กับการลงสนามไป 251 นัดแม้ว่าจะได้แชมป์ เอฟเอคัพ และ คอมมูนิตี้ชิลด์ อย่างละ 3 สมัยก็ตาม

มอนเรอัล ย้ายมาร่วมทีมในตำแหน่งแบ็คซ้าย แต่เขาก็ยังสามารถพิสูจน์ตัวเองในฐานะของเซ็นเตอร์แบ็คฝีเท้าดีคนหนึ่งได้อีกด้วย โดยเจ้าตัวได้ลงเล่นในตำแหน่งนี้เมื่อยามที่ โลร็องต์ กอสซิเอลลินี ได้รับบาดเจ็บและทำผลงานได้น่าประทับใจ และถือเป็นหนึ่งในนักเตะของ อาร์เซนอล ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างคงเส้นคงวามากที่สุดคนหนึ่ง

อย่างไรก็ตามหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า เขาคนนี้คือคนที่มีส่วนสำคัญกับการคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ ของทีมถึง 2 สมัย โดยในปี 2015 เป็นคนทำประตูช่วยพาทีมเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรอบควอเตอร์ไฟนอล และเมื่อปี 2017 ในรอบรองชนะเลิศก็เป็นคนทำประตูตีเสมอ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะไปเอาชนะในช่วงต่อเวลาพิเศษพาทีมเข้าชิงชนะเลิศและคว้าแชมป์ได้ในที่สุด

2. ธีโอ วัลค็อต 

ตอนที่ วัลค็อต ย้ายมาร่วมทีม อาร์เซนอล เมื่อเดือนมกราคม 2006 นั้นเจ้าตัวอยู่ในฐานะของดาวรุ่งพุ่งแรงคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบลอลเมืองผู้ดี โดยมีค่าตัวเริ่มต้นที่ 5 ล้านปอนด์และจะเพิ่มเป็น 9.1 ล้านปอนด์ตามเงื่อนไขในสัญญา โดยลงสนามให้กับทีมไปทั้งหมด 398 เกมตลอดทั้ง 12 ปี ยิงได้ 108 ประตูและทำได้ 78 แอสซิสต์

แม้ว่าจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนักแต่สตาร์ เอฟเวอร์ตัน ก็มีส่วนร่วมในการคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ 3 สมัยและคว้าอีก 2 คอมมูนิตี้ชิลด์ กับไอ้ปืนโตเช่นกัน แถมยังเคยมีชื่อติดทีมชาติอังกฤาชุดลุยฟุตบอลโลกเมื่อปี 2006 แบบสุดเซอร์ไพรส์มาแล้วด้วย

ความโดดเด่นของ วัลค็อต ก็คือความเร็วและการเคลื่อนที่อันยอดเยี่ยม แต่สิ่งที่ฉุดรั้งให้เขาไม่สามารถก้าวขึ้นไปเป็นสตาร์เบอร์ต้น ๆ ของ พรีเมียร์ลีก ได้นั่นก็คือปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บและความฟิตที่รุมเร้าตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับ อาร์เซนอล แต่กระนั้นก้ยังถือว่าเจ้าตัวคือหนึ่งในการย้ายทีมเช่วงเดือนมกราคมที่ดีที่สุดอยู่ดี

3. เอ็นวานโก้ คานู

ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับการยกย่องและเป็นที่จดจำของแฟนบอล ปืนโต จนทุกวันนี้ สำหรับ เอ็นวานโก้ คานู กองหน้าทีมชาติไนจีเรียที่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคมปี 1999 พร้อมกับการประสบความสำเร็จมากมายทั้ง เอฟเอคัพ 2 สมัย คอมมูนิตี้ชิลด์ 2 สมัย และแชมป์ พรีเมียร์ลีก อีก 2 สมัย ซึ่งเจ้าตัวเป็นหนึ่งในนักเตะชุด “อินวินซิเบิ้ล” หรือชุดไร้พ่ายเมื่อปี 2004 โดยลงสนามไปทั้งหมด 24 เกมในฤดูกาลนั้น

แม็ตช์ที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายคนก็คือ เกมที่พบกับ เชลซี ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในปี 1999 โดย อาร์เซนอล โดยเจ้าบ้านนำไปก่อนถึง 2-0 ก่อนที่ อาร์แซน เวอนเกอร์ จะเปลี่ยนเอา คานู ลงสนามและเขาก็ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาทีในการระเบิดแฮททริคพาทีมพลิกกลับมาเอาชนะได้อย่างเหลือเชื่อ

อย่างไรก็ตามด้วยการที่มี เธียร์รี อองรี และ เดนิส เบิร์กแคมป์ ยืนขวาทางในแผงกองหน้าทำให้เจ้าตัวไม่ได้รับโอกาสมากเท่าที่ควร แต่กับผลงานที่ปรากฎออกมาก็ถือว่าคุุ้มค่าเงินจำนวน 4 ล้านปอนด์ที่จ่ายไปอย่างมาก

4. ลี ดิ๊กสัน 

ดิ๊กสัน ย้ายมาจาก สโต๊ค ซิตี้ ทีมดิวิชัน 2 เมื่อปี 1988 ซึ่งแบ็คขวารายนี้ไม่เคยลงเล่นให้กับทีมในระดับท็อปมาก่อนเลย อย่างไรก็ตามเขาก็กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญและช่วยพาทีมคว้าแชมป์ได้อย่างมากมายทั้งการเป็นแชมป์ลีก 4 สมัย เอฟเอคัพ 3 สมัย คอมมูนิตี้ชิลด์ 3 สมัย และ คัพวินเนอร์สคัพ 1 สมัย

น่าเสียดายตรงที่เจ้าตัวไม่ได้ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศ ลีกคัพ เมือปี 1993 จึงทำให้ไม่มีชื่อในถ้วยใบนี้ โดยหลังจากที่รับใช้ทีมมายาวนานถึง 14 ปี ดิ๊กสัน ก็ประกาศรีไทร์ในปี 2002 พร้อมกับคว้าดับเบิ้ลแชมป์มาครองได้ในปีนั้น

5. ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมยอง

กองหน้าทีมชาติกาบองย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีม อาร์เซนอล เมื่อเดือนมกราคมปี 2018 ซึ่งถือเป็นดีลที่ยอดเยี่ยมที่สุดดีลหนึ่งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเขาก็ไม่รอช้าจัดการยิง 11 ประตูในช่วงครึ่งซีซันหลัง ก่อนจะมายิง 60 ประตูในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา

โอบาเมยอง เพิ่งคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ กับ เดอะกันเนอร์ส เมื่อปีที่แล้วภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ก่อนจะยิงประตูได้ในเกมที่เอาชนะ ลิเวอร์พูล ในการดวลจุดโทษในศึก คอมมูนิตี้ชิลด์ เมื่อช่วงก่อนเปิดฤดูกาล

“โอบา” เพิ่งได้รับการต่อสัญญาออกไปอีก 3 ปีเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาซึ่งทำให้เขารับค่าเหนื่อยมหาศาล ซึ่งสวนทางกับฟอร์มการเล่นในฤดูกาลนี้ทำยัยงยิงประตูได้ไม่มากเท่าที่ควร แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่านี่คือการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเดือนมกราคมของ อาร์เซนอล ก็ว่าได้

เกมรับของ เบิร์นลีย์-คลาสของ คาวานี ! ชำแหละประเด็นร้อนหลังเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ทะยานขึ้นนำฝูง

การแข่งขัน :ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2020/21
วันแข่งขัน : คืนวันอังคารที่ 12 มกราคม
เวลาแข่งขัน : 03:15 น. ตามเวลาประเทศไทย
คู่แข่งขัน : เบิร์นลีย์ 0-1แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สนาม : เทิร์ฟ มัวร์
ถ่ายทอดสด :True Premier Football HD1

1. เกมรับอันเหนียวแน่นของ เบิร์นลีย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

[Match Report] เม็ดเดียวพอ ! แมนฯ ยูไนเต็ด ทำร้ายกองแช่งเฉือน เบิร์นลีย์ ขึ้นจ่าฝูง

การแข่งขัน :ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2020/21
วันแข่งขัน : คืนวันอังคารที่ 12 มกราคม
เวลาแข่งขัน : 03:15 น. ตามเวลาประเทศไทย

Chidchanok Sharma

|

5:18 AM GMT+7

แมนฯ ยูไนเต็ด เช็คฟิตกองหลังเยือน เบิร์นลีย์: พรีวิวพรีเมียร์ลีก, วัน+เวลาแข่งขัน, คาดการณ์ 11 ตัวจริง และถ่ายทอดสด

สำรวจความพร้อมล่าสุดก่อนเกม พรีเมียร์ลีก ระหว่าง เบิร์นลีย์ พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

Tomorn Nuanprasert

|

Jan 11, 2021

[Player Rating] พอล ‘เดอะ แบก’ ป็อกบา ! ตัดเกรดแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด เกมเฉือน เบิร์นลีย์ ขึ้นนำฝูง

การแข่งขัน :ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2020/21
วันแข่งขัน : คืนวันอังคารที่ 12 มกราคม
เวลาแข่งขัน : 03:15 น. ตามเวลาประเทศไทย

Chidchanok Sharma

|

5:40 AM GMT+7

ไม่สั่งสอนกันเอง ! FA โต้เปล่าเมินวัฒนธรรม อุรุกวัย ปมแบน คาวานี อ้าง แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ให้คำแนะนำนักเตะ

FA แถลงเหตุตัดสินใจไม่ยกเลิกโทษแบน คาวานี พร้อมโบ้ยสโมสรไม่ช่วยอบรม

Chidchanok Sharma

|

Jan 8, 2021

หากดูจากอันดับในตารางก็อาจจะคิดว่าทีมของ ชอน ไดช์ คงจะต้องดิ้นรนไปยันสิ้นฤดูกาลเพราะในตอนนี้พวกเขาอยู่ที่อันดับ 16 แต่เกมนี้แม้จะเปิดบ้านแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่พวกเขาก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในเกมรับที่อาจเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ เดอะ คลาเร็ตส์ อยู่รอดไปอีก 1 ซีซั่น

2. ป็อกบา รั้งได้ต้องรั้ง

นับตั้งแต่ที่ มิโน ไรโอลา ออกมาคอนเฟิร์มว่าอนาคตของมิดฟิลด์ดีกรีแชมป์โลกในรั้ว โอลด์ แทรฟฟอร์ด ใกล้จะหมดลงแล้ว เขาก็เล่นดีขึ้นเรื่อยๆจนสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมกลับมาจนได้พร้อมทั้งพิสูจน์ว่าตัวเองมีดีไม่แพ้ บรูโน แฟร์นันดส์ แข้งคนสำคัญของทีม

3. โอเล พา ผี บินสูง

โอเล กุนนาร์ โซลชา พาทีมของเขาเดินหน้าทำสถิติไม่แพ้ใครในลีกมา 11 เกมติดแล้ว พร้อมกระโดดแซง ลิเวอร์พูล ไปเป็นอันดับ 1 ของตารางจนได้ ซึ่งหากอริร่วมเมืองเอาชนะในเกมตกค้างอีก 2 นัด ก็ยังตามพวกเขาไม่ทันอยู่ดี

4. คาวานี-มาร์กซิยาล

ในขณะที่ อองโตนี มาร์กซิยาล มักจะถูกตำหนิจากสไตล์การเล่นที่ขี้เกียจของเขาและปัญหาเรื่องการจบสกอร์ที่ขาดความเฉียบคม ในแมตช์นี้ เอดินสัน คาวานี แสดงให้เห็นว่าการเป็นกองหน้าที่เหมาะสมควรต้องทำอย่างไรหลังได้กลับมาลงสนามอีกครั้ง ทั้งการช่วยล้วงบอล วิ่งทำทาง ไปจนถึงช่วยสร้างโอกาสให้ผู้เล่นคนอื่นบริเวณรอบตัวได้อย่างยอดเยี่ยม

[FEATURE] อีกปีครึ่งเจอกัน ! เปิดโผ 20 รายชื่อแข้งดังที่จะหมดสัญญากับต้นสังกัดในปี 2022

20. ลอเรนโซ อินซินเญ

ต้นสังกัด : นาโปลี
อายุ : 29
ทีมชาติ : อิตาลี
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 43 ล้านปอนด์
ยอดดาวยิงของ นาโปลี ที่เป็นตัวความหวังของทีมตลอดหลายฤดูกาลหลัง แถมที่ผ่านมาเจ้าตัวมีข่าวย้ายทีมพัวพันกับยักษ์ใหญ่ในยุโรปมากมายรวมทั้ง ลิเวอร์พูล แน่นอนว่าแม้จะอายุใกล้เลข 3 แต่สถิติที่ผ่านมาก็สามารถการันตีได้ระดับหนึ่งว่าเจ้าตัวจะยังสามารถค้าแข้งในระดับท็อปไปได้อีกหลายปีเลยทีเดียว

19. แพทริค แบมฟอร์ด

ต้นสังกัด : ลีดส์ ยูไนเต็ด
อายุ : 27
ทีมชาติ : อังกฤษ
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 13.5 ล้านปอนด์
กองหน้าเลือดผู้ดีสร้างชื่อกับ ทีมยุงทอง แถมยังระเบิดฟอร์มเก่งในลีกสูงสุดของอังกฤษได้ในฤดูกาลนี้ด้วยการกดไปแล้วถึง 10 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ด้วยกัน

18. อันโตนิโอ รือดิเกอร์

ต้นสังกัด : เชลซี
อายุ : 27
ทีมชาติ : เยอรมัน
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 22.5 ล้านปอนด์
กองหลังดีกรีทีมอินทรีเหล็กที่ดูเหมือนจะกลายเป็นส่วนเกินในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ฤดูกาลนี้ แน่นอนว่าสถานการณ์ปัจจุบันเจ้าตัวมีแววย้ายออกจากทีมสูง อีกทั้งสัญญาที่เหลืออีกเพียงปีครึ่งอาจบีบให้ สิงห์บลู จำเป็นต้องรีบขายเขาออกไปก่อนที่จะเสียตัวไปแบบฟรี ๆ ก็เป็นได้

17. นิคลาส ซูเล

ต้นสังกัด : บาเยิร์น มิวนิค
อายุ : 25
ทีมชาติ : เยอรมัน
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 43 ล้านปอนด์
กองหลังชาวเยอรมันอีกหนึ่งรายที่มีข่าวย้ายทีมให้เห็นอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามคาดกันว่าเจ้าตัวจะอยูเป็นกำลังหลักให้ ทัพเสือใต้ ต่อไป แต่ก็ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเลือกมองหาความท้าทายใหม่ ๆ หลังจากหมดสัญญาในปี 2022 ก็เป็นได้

16. เปดรี

ต้นสังกัด : บาร์เซโลนา
อายุ : 18
ทีมชาติ : สเปน
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 45 ล้านปอนด์
ตัวรุกดาวรุ่งพุ่งแรงที่ก้าวขึ้นมามีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่และขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หูคนใหม่ของ ลิโอเนล เมสซี ในทีมเจ้าบุญทุ่มฤดูกาลนี้ แน่นอนว่าแม้สัญญาของเขากำลังจะหมดในอีก 18 เดือนข้างหน้า แต่ด้วยฟอร์มที่เตะตาและอายุที่ยังพัฒนาได้อีกไกล คาดว่า บาร์ซ่า จะไม่ปล่อยให้หนุ่มน้อยรายนี้หลุดมือไปอย่างแน่นอน

15. อันเดรีย เบล็อตติ

ต้นสังกัด : โตริโน
อายุ : 27
ทีมชาติ : อิตาลี
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 36 ล้านปอนด์
ดาวยิงจอมถล่มประตูของ โตริโน ที่แม้จะมีข่าวย้ายทีมแทบจะทุกครั้งที่เปิดตลาด แต่เจ้าตัวก็ยังคงปักหลักกับต้นสังกัดเดิมมาแล้วกว่า 6 ฤดูกาล คงต้องมาลุ้นกันว่าอนาคตกองหน้ารายนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปกับระยะเวลาอีก 18 เดือนที่เหลืออยู่

14. เอดูอาร์โด คามาวินก้า

ต้นสังกัด : แรนส์
อายุ : 18
ทีมชาติ : ฝรั่งเศส
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 54 ล้านปอนด์
กองกลางตัวรับดาวรุ่งที่ว่ากันว่าจะกลายมาเป็นยอดนักเตะของฝรั่งเศสได้ในอนาคตอันใกล้ และแน่นอนด้วยฝีเท้าที่แจ่มเกินวัย ทำให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวย้ายทีมมาตลอดในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งมีโอกาสสูงที่ แรนส์ จะต้องจำใจรีบปล่อยตัวเขาออกไปเพื่อให้ได้ราคาที่พวกเขาสามารถรับได้ในช่วงซัมเมอร์หน้าหรือแม้แต่มกราคมนี้

13. มาร์เซโล โบรโซวิช

ต้นสังกัด : อินเตอร มิลาน
อายุ : 28
ทีมชาติ : โครเอเชีย
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 32 ล้านปอนด์

มิดฟิลด์ห้องเครื่องที่เนื้อหอมสุด ๆ คนหนึ่งในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยมีข่าวว่า ลิเวอร์พูล ยังคงให้ความสนใจในตัวเขาอยู่ โดยซีซั่นนี้เจ้าตัวทำไปแล้วถึง 7 แอสซิสต์ให้กับ งูใหญ่ และดูเหมือนจะมีความต้องการย้ายไปเล่นกับทีมที่ใหญ่กว่านี้ จึงน่าจะมีโอกาสย้ายทีมในเร็ววันนี้เช่นกัน

12. ฮาเมส โรดริเกวซ

ต้นสังกัด : เอฟเวอร์ตัน
อายุ : 29
ทีมชาติ : โคลัมเบีย
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 31.5 ล้านปอนด์

อดีตตัวรุกของ เรอัล มาดริด กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งใน พรีเมียร์ลีกอังกฤษ กับ ท็อฟฟีสีน้ำเงิน แต่โชคร้ายที่ช่วงหลังถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานจนฟอร์มการเล่นไม่ต่อเนื่องเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามสัญญาของเขาในถิ่น กูดิสัน พาร์ค กำลังจะหมดลงในปี 2022 โดยมีออปชั่นต่อเพิ่มอีก 1 ปีในอนาคต

11. จอห์น สโตนส์

ต้นสังกัด : แมนเชสเตอร์ ซิตี้
อายุ : 26
ทีมชาติ : อังกฤษ
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 22.5 ล้านปอนด์

กองหลังดีกรีทีมชาติองกฤษที่ช่วงหลังเรียกความมั่นใจกลับมาจนยึดตัวหลักในถิ่น เอติฮัด ได้สำเร็จ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าตัวมักจะไม่ได้รับโอกาสจาก เป๊ป กวาร์ดิโอลา มากนักจนทำให้มีข่าวว่าเตรียมจะย้ายออกจาก เรือใบสีฟ้า ออกมาบ้างหมือนกัน

10. อิสโก้

ต้นสังกัด : เรอัล มาดริด
อายุ : 28
ทีมชาติ : สเปน
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 18 ล้านปอนด์

กองกลางดีกรีทีมชาติสเปนที่ขึ้นชื่อเรื่องทักษะและเซ้นส์บอลอันยอดเยี่ยม น่าเสียดายที่ภายใต้การคุมทีมของ ซีเนดีน ซีดาน เจ้าตัวไม่ได้รับโอกาสในการลงสนามต่อเนื่องเท่าใดนัก ทำให้มีข่าวพัวพันการย้ายทีมมาโดยตลอด โดยมีโอกาสสูงที่เจ้าตัวอาจไม่เลือกต่อสัญญากับ ราชันชุดขาว ออกไป หลังจากหมดสัญญาในปี 2022 ที่จะถึง

9. อุสมาน เดมเบเล

ต้นสังกัด : บาร์เซโลนา
อายุ : 23
ทีมชาติ : ฝรั่งเศส
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 45 ล้านปอนด์

ปีกความเร็วสูงที่ บาร์ซ่า ทุ่มเงินกว่า 117 ล้านกระชากตัวมาร่วมทีมเมื่อปี 2017 แต่ต้องบอกเลยว่าอดีตแข้งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รายนี้ดูจะยังไม่สามารถตอบแทนความคุ้มค่าที่สโมสรลงทุนไปได้เลย แถมยังถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่บ่อยครั้ง อย่างไรก็ตามด้วยเม็ดเงินที่จ่ายไปคาดว่า เจ้าบุญทุ่ม จะไม่ยอมเสียตัวแข้งรายนี้ออกจากทีมแบบฟรี ๆ อย่างแน่นอน แม้จะเหลือสัญญาอีกเพียงปีครึ่งก็ตาม

8. อเล็กซองเดร์ ลากาเซ็ตต์

ต้นสังกัด : อาร์เซนอล
อายุ : 29
ทีมชาติ : ฝรั่งเศส
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 31.5 ล้านปอนด์

กองหน้าที่ถูกตั้งคำถามมากพอสมควรถึงฟอร์มการถล่มประตูในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แต่ถึงอย่างนั้น ฤดูกาลนี้เจ้าตัวกำลังนำเป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสรที่ 9 ประตูในทุกรายการ น่าสนใจว่าฟอร์มการเล่นแบบนี้ จะสามารถต่อเวลาของเขากับทีม ปืนใหญ่ ที่ยังเหลืออยู่อีกราว 18 เดือนได้หรือไม่

7. ราฟาเอล วาราน

ต้นสังกัด : เรอัล มาดริด
อายุ : 27
ทีมชาติ : ฝรั่งเศส
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 63 ล้านปอนด์

ยอดกองหลังเลือดน้ำหอมของ ราชันชุดขาว ที่ยังคงฟอร์มการเล่นระดับท็อปเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสัญญาของเขากับทีมกำลังจะหมดลงในปี 2022 นี้ คาดว่า เรอัล มาดริด จะพยายามทำทุกทางเพื้อรั้งเจ้าตัวให้อยู่กับทีมต่อไปให้ได้

6. เปาโล ดิบาลา

ต้นสังกัด : ยูเวนตุส
อายุ : 27
ทีมชาติ : อาร์เจนตินา
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 63 ล้านปอนด์

เพลย์เมกเกอร์ชาวอาร์เจนไตน์ที่คงไม่ต้องสงสัยในเรื่องฝีเท้า แต่ดูเหมือนว่าช่วงหลังเจ้าตัวเริ่มจะไม่มีความสุขกับ ทีมม้าลาย เท่าใดนัก จนทำให้มีความลือเกี่ยวกับการย้ายทีมออกมาเป็นระยะ ๆ ซึ่งก็ต้องมาลุ้นกันว่าที่สุดแล้วเจา้ตัวจะตัดสินใจอนาคตของตัวเองอย่างไรในช่วงเวลา 18 เดือนที่ยังเหลืออยู่นับจากนี้

5. อันซู ฟาติ

ต้นสังกัด : บาร์เซโลนา
อายุ : 18
ทีมชาติ : สเปน
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 72 ล้านปอนด์

ยอดดาวรุ่งวันเดอร์คิดของ บาร์เซโลนา ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นจนก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมในที่สุด ฟาติ แจ้งเกิดในถิ่น คัมป์นู ได้เมื่อฤดูกาลก่อน ซึ่งช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมามีข่าวพัวพันกับหลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป แต่ด้วยฟอร์มการเล่นขนาดนี้มั่นใจได้เลยว่า เจ้าบุญทุ่ม จะไม่ยอมปล่อยหนุ่มน้อยรายนี้ออกจากทีมอย่างแน่นอน

4. พอล ป็อกบา

ต้นสังกัด : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
อายุ : 27
ทีมชาติ : ฝรั่งเศส
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 57.5 ล้านปอนด์

ยอดกองกลางของ ปีศาจแดง ที่ผ่านมามีข่าว “เดียวอยู่เดียวไป” มาตลอดทั้งปีจนแทบคาดเดาไม่ได้เลยว่าจะย้ายหรือจะอยู่ต่อกันแน่ และอย่างที่ทราบกันดีว่าทั้ง ยูเวนตุส รวมถึง เรอัล มาดริด ต่างก็จับตาสถานการณ์ของแข้งรายนี้อยู่ ต้องมาลุ้นกันว่าเจ้าตัวจะตัดสินใจอย่างไรและคาดว่าทุกอย่างจะกระจ่ายชัดภายในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างแน่นอน

3. คิเลียน เอ็มบัปเป้

ต้นสังกัด : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
อายุ : 22
ทีมชาติ : ฝรังเศส
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 162 ล้านปอนด์

ยอดดาวเตะชาวฝรั่งเศสที่ถูกมองว่าเตรียมจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับเวิลด์คลาสในอนาคตอันใกล้ แน่นอนว่าหลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปกำลังจับตาดูอนาคตของเขาอย่างใกล้ชิดทั้ง เรอัล มาดริด หรือแม้แต่ ลิเวอร์พูล ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงที่ เปแอสเช อาจต้องจำใจปล่อยตัวเขาออกไปเร็ว ๆ นี้เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียตัวไปแบบฟรี ๆ ในอีก 18 เดือนข้างหน้า

2. เนย์มาร์

ต้นสังกัด : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
อายุ : 28
ทีมชาติ : บราซิล
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 115 ล้านปอนด์

ยอดนักเตะเลือดแซมบ้าที่เรื่องฝีเท้าไม่มีใครสามารถปฏิเสธถึงความเก่งกาจของเขาได้ แต่สำหรับเรื่องนอกสนามเจ้าตัวมักจะมีข่าวฉาว ๆ ออกมาให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม เปแอสเช ในปี 2017 โดยเฉพาะความเชื่อมโยงว่าอยากจะย้ายกลับ บาร์เซโลนา ถิ่นเก่าที่จากมา ต้องมาดูกันว่าที่สุดแล้วมหากาพย์ เนย์มาร์ จูเนียร์ จะจบลงอย่างไร ซึ่งทุกอย่างคงจะชัดเจนมากขึ้นในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

1. คริสเตียโน โรนัลโด้

บทความที่เกี่ยวข้อง

[FEATURE] อย่ารีบท้อ ! 20 ทีม พรีเมียร์ลีก กับระยะเวลาที่รอแชมป์นับจากถ้วยใบล่าสุด

ย้อนดู 20 ทีม กับถ้วยใบล่าสุดของพวกเขา

Chidchanok Sharma

|

Jan 8, 2021

[FEATURE] จากปู่สู่หลาน! ตระกูล มัลดินี่ ยืนหยัดรับใช้ มิลาน เข้าสู่รุ่นที่ 3

ตระกูล มัลดินี่ อยู่รับใช้ เอซ ีมิลาน มาแล้วถึง 3 รุ่น ไล่ตั้งแต่รุ่นปู่ เซซาเร่ ผู้ล่วงลับ ก่อนจะส่งต่อให้กับ เปาโล และเข้าสู่รุ่นหลาน ดาเนี่ยล ในยุคปัจจุบัน

Chatchawal Chatsuwanvilai

|

Jan 9, 2021

[FEATURE] ลีกนี้มันหิน ! ส่อง 5 ดาวดับ พรีเมียร์ลีก ที่ย้ายออกไปเป็นสตาร์ที่อื่น

เมื่อ พรีเมียร์ลีก มันไม่ได้เหมาะกับทุกคน แข้งเหล่านี้จึงได้โอกาสกลายเป็นสตาร์ในลีกอื่น

Chidchanok Sharma

|

Jan 8, 2021

[FEATURE] ตำนานแชมป์ลีก คัพ! แมนฯ ซิตี้ อีกหนึ่งสมัยเพื่อทาบ ลิเวอร์พูล

แมนฯ ซิตี้ มีโอกาสป้องกันแชมป์ลีก คัพ 4 สมัยติดต่อกัน และจะเป็นแชมป์สมัยที่ 8 เพื่อเทียบเท่ากับผลงานของ ลิเวอร์พูล ซึ่งยังคงเป็นเจ้าของทั้ง 2 สถิติดังกล่าว

Chatchawal Chatsuwanvilai

|

Jan 8, 2021

ต้นสังกัด : ยูเวนตุส
อายุ : 35
ทีมชาติ : โปรตุเกส
มูลค่าการตลาดปัจจุบัน : 54 ล้านปอนด์

สุดยอดนักเตะชาวโปรตุเกสของ ทัพม้าลาย กำลังจะหมดสัญญากับทีมกลางปี 2022 ซึ่งคาดกันว่าเจ้าตัวอาจจะเลือกย้ายไปหาความท้าทายใหม่ ๆ แต่ก็มีบางกระแสระบุว่าอาจเป็นต้นสังกัดเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีแววจะคว้าตัวเขากลับไปชุบชีวิตสโมสรให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งแม้จะใกล้วัยเลข 4 เข้าไปทุกที่แล้วก็ตาม

เป้าหมายใหญ่ ! โปเช็ตติโน เล็งคว้า “กุน” ล่าตาข่ายให้ เปแอชเช

มีรายงานว่าสโมสร ปารีส แซง-แชร์กแมง ทีมดังในศึก ลีกเอิง พร้อมคว้าตัว เซร์คิโอ อเกวโร กองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก ไปล่าตาข่ายหลังหมดสัญญาในฤดูกาลนี้

บรูโน ซาติน เอเยนต์คนดังให้สัมภาษณ์กับทาง Canal+ สื่อใหญ่ของฝรั่งเศสว่า เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ผู้จัดการทีมคนใหม่ของทีม ปารีเซียง ตั้งเป้าดึงตัวดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ของทีม เรือใบสีฟ้า มาร่วมทีมในช่วงตลาดซื้อขายซัมเมอร์หน้า

อเกวโร กำลังจะหมดสัญญากับ เดอะสกายบลูส์ ในเดือนมิถุนายนและทั้งสองฝ่ายยังไม่มีการตกลงเรื่องต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไป ในขณะที่นักเตะกำลังพักรักษาตัวเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ

กองหน้าวัย 32 ปีสามารถเปิดเจรจากับสโมสรจากลีกอื่นนอกเกาะอังกฤษได้ตามกฎบอสแมนนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นไป แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่าเขาอยากจะค้าแข้งในถิ่น เอติฮัด ต่อไปก็ตาม

นอกจาก อเกวโร จะเป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ ในการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์แล้ว “พอช” ยังตกเป็นข่าวกับ คริสเตียน เอริคเซน อดีตนักเตะเก่าที่ตอนนี้กำลังค้าแข้งอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน อีกด้วย

ถ้วยคู่บุญ ! เป๊ป ดีใจพา แมนฯ ซิตี้ เข้าชิงฯ คาราบาวคัพ 4 ปีติดต่อกัน

เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับตามตรงว่าถึงแม้ คาราบาวคัพ จะไม่ใช่บอลถ้วยรายการใหญ่แต่การได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศติดต่อกัน 4 ปีก็ถือเป็นอะไรที่พิเศษสุด ๆ เช่นกัน

“ผมมีความสุขมากที่เราสามารถเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ในวันนี้ เพราะเกมดาร์บี้แมตช์กับพวกเขาไม่เคยมีครั้งไหนที่มันง่ายเลยแม้แต่นิดเดียว” กุนซือชาวสเปน กล่าวกับ Sky Sports

“แต่สิ่งที่ผมและเด็ก ๆ เชื่อโดยไร้ข้อกังขาก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเติมความมุ่งมั่นตั้งใจและเค้นพลังออกมาทุกหยาดเหงื่อ จะประสบความสำเร็จได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้อย่างแน่นอน”

“เราทุกคนทราบดีว่าศักดิ์ศรีและความสำคัญของ คาราบาวคัพ อาจเทียบไม่ได้กับ พรีเมียร์ลีก หรือ ยูฟา แชมเปียนส์ลีก แต่การทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศติดต่อกัน 4 ปีเนี่ยมันเป็นอะไรที่พิเศษสุด ๆ อย่างแท้จริง”

ต้องให้หลาบ ! ฮอดจ์สัน เตือนใครแหกกฎโควิดโดนหั่นพ้นทีมแน่

รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีม คริสตัล พาเลซ เผยว่าเขามีแผนที่จะลงโทษนักเตะขั้นรุนแรงด้วยการตัดชื่อออกจากทีมหากมีใครกล้าฝ่าฝืนมาตรการป้องกันโควิด-19จนอาจทำให้คนรอบตัวมีความเสี่ยงตามไปด้วย

ก่อนหน้านี้ ลูก้า มิลิโวเยวิช กัปตันทีม ปราสาทเรือนแก้ว เพิ่งออกมาขอโทษหลังถูกพบว่าไปร่วมงานเลี้ยงฉลองปีใหม่กับหัวหอกของ ฟูแลม อย่าง อเล็กซานดร้า มิโตรวิช ทั้งๆที่มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในเมือง ลอนดอน ประกาศไว้อย่างชัดเจนว่าต้องงดเว้นการรวมตัวกันจากคนนอกครอบครัว

โดยเมื่อถูกถามเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอดีตกุนซือ ลิเวอร์พูล มากประสบการณ์ก็ยอมรับว่าเขาพร้อมที่จะเอาผิดผู้เล่นด้วยบทลงโทษที่หนักกว่าเดิมอย่างแน่นอนหากมีใครกล้าที่จะฝ่าฝืนมาตรการที่ถูกตั้งเอาไว้โดยรัฐบาล

“ในส่วนของ ลูก้า เขาออกมาขอโทษแล้ว เราได้ปรับเงินเขาแล้วและตักเตือนไปตามสมควร แต่ก็แน่นอนว่าเมื่อเขากลับมาฟิตเราก็พร้อมที่จะใช้งานเขาอีกครั้ง เพราะนี่เรากำลังจะพูดถึงคนที่รับใช้สโมสรมาเป็นเวลากว่า 3 ปีครึ่งเชียวนะ”

“ในอนาคตเราเองก็มีแผนที่จะตัดชื่อคนที่ทำผิดกฎออกจากทีมอย่างแน่นอน”

สูตรสำคัญ ! มูรินโญ เผยเคล็ดลับพา สเปอร์ส เข้าชิง ลีกคัพ สำเร็จ

โชเซ มูรินโญ นายใหญ่ของ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ กล่าวถึงเคล็ดลับสำคัญที่สามารถพาทีมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอล คาราบาวคัพ ได้เป็นทีมแรกหลังเอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด ไปได้เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ตามรายงานจาก โฟร์โฟร์ทู

ไก่เดือยทอง ได้ประตูจาก มุสซา ซิสโซโก้ และ ซน เฮือง-มิน ในขณะที่ทีมจาก เดอะแชมเปี้ยนชิพ ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน จบเกม สเปอร์ส เอาชนะไปได้ 2-0 เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศที่สนาม เวมบลีย์ ได้สำเร็จ

มูรินโญ ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า “ผมย้ายมาอังกฤษเมื่อปี 2004 และจำได้ว่าในตอนนั้นผมต้องเรียนรู้ถึงความสำคัญของฟุตบอลถ้วยของที่นี่และจริงจังกับมัน”

“ถ้าถามว่ามีเคล็ดลับอะไร มันก็คือความจริงจังและการให้ความเคารพในสิ่งที่สโมสรในอังกฤษเป็นและสิ่งสโมสรที่อยู่ในดิวิชันที่ต่ำกว่าเป็น และไม่ต้องแปลกใจที่เห็นทีมที่มีศักยภาพน้อยกว่าจะเล่นในเกมใหญ่ด้วยความจริงจังและเต็มไปด้วยแรงกระตุ้น เหมือนอย่างที่เราเจอกับ เชลซี ในรอบ 4 ที่ผ่านมา”

“ถ้าคุณเห็นทีมที่เป็นแชมป์ที่ผ่านมา คุณจะรู้เลยว่ามีแต่ทีมใหญ่ทั้งนั้นที่ต้องการเป็นแชมป์ถ้วยนี้ ทีมไหนคือทีมสุดท้ายที่เป็นแชมป์ที่ไม่ได้มาจากท็อปโฟร์ สอวนซี? ผมจำได้ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็เป็นแชมป์หลายสมัย, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้แชมป์หลลายครั้ง ลิเวอร์พูล ก็เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ รวมทั้ง อาร์เซนอล ด้วย”

“ทีมใหญ่ ๆ สนใจถ้วยนี้กันทั้งนั้น ไม่ต้องสงสัยเรื่องนี้เลย” มูรินโญ กล่าว